แสดงจริงถูกแทงจริง!

 

นักแสดงเจ้าของบทบาท แฮมเล็ต และโศกนาฏกรรมเชคสเปียร์ที่เกิดขึ้นจริงบนเวที

ตอนที่ คอเนอร์ แมดเดน ได้รับเลือกให้แสดงเป็น แฮมเล็ต ตัวละครอันเลื่องชื่อในบทประพันธ์ของวิลเลียม เชคสเปียร์ เขาคิดว่าอาชีพนักแสดงละครเวทีของเขากำลังจะรุ่ง แต่แล้วอุบัติเหตุช่วงฉากต่อสู้ฟันดาบทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะกลับมาแสดงได้อีกหรือไม่

ขณะนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นเวที ร่างกายเขาแข็งชาไปหมด คอเนอร์รู้ว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บ

ตอนนั้นคอเนอร์ยังอายุไม่มาก การได้รับบทเป็นแฮมเล็ตถือเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ เนื่องจากเป็นบทที่มักจะมอบให้กับนักแสดงที่มีชื่อเสียงแล้ว และอายุมากกว่าเขานับสิบปี

การแสดงละครผ่านไปหลายรอบแล้ว แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาย้ายไปแสดงอีกเมือง ในโรงละครที่ขนาดต่างกัน คอเนอร์จำเสียงดาบโลหะที่ตกลงข้าง ๆ กายเขาได้ และเพื่อนนักแสดงที่รีบเข้ามาพยุงแล้วถามเขาว่า “นายเป็นอะไรหรือเปล่า”

คนดู 800 คนเงียบสนิท นึกว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของละคร จากนั้นหัวหน้าฝ่ายศิลป์ของคณะละครเวทีก็รีบวิ่งขึ้นมาบนเวที ขอโทษคนดูที่ละครจำเป็นต้องจบลง คนดูปรบมือ และม่านก็ปิดลง

คอเนอร์อยากเป็นนักแสดงมาตลอด แม้จะไม่รู้ว่าทำไม ญาติเขาส่วนใหญมีอาชีพใช้แรงงาน ไม่ว่าจะเป็นช่างก่อสร้างหรือช่างทาสี เขาเป็นคนแรกในครอบครัวที่เลือกสายอาชีพนี้

เมื่ออายุได้ 15 ปี เขาเริ่มเข้าสู่วงการจริงจัง หลังทำงานในคณะละครที่เดินทางไปแสดงทั่วสาธารณรัฐไอร์แลนด์ หลังจากนั้น เขาเข้าเรียนด้านการแสดงที่วิทยาลัยทรินิตีที่กรุงดับลิน ได้พัฒนาทักษะและรู้จักคนในวงการมากขึ้นเรื่อย ๆ

และแล้วเขาก็ได้รับเลือกให้เล่นบทเป็นแฮมเล็ต ซึ่งเป็นเกียรติสูงสุดสำหรับเขา

“มันท้าทายมาก ผมชอบบทบาทนี้มาก และก็ตั้งหน้าตั้งตารอเล่นบทนี้”

“เบื้องหลังของบทบาทนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีนักแสดงดังจำนวนมากเล่นบทนี้ มันทำให้บางคนโด่งดัง และทำให้บางคนหมดชื่อไปเลย”

คอเนอร์ซักซ้อมอยู่ 5 สัปดาห์ และก็เริ่มแสดงที่ดับลิน เขาบอกว่าทุกอย่างดีเยี่ยม ทั้งคนดู นักแสดง และเขาเองก็ชอบการแสดงมาก

จากนั้นพวกเขาก็ย้ายไปแสดงที่โรงละคร Everyman Palace Theatre ที่เมืองคอร์ก ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของไอร์แลนด์

นักแสดงใช้จุดกำหนดตำแหน่งที่ยืนเดิม แต่เวทีที่นี่เล็กกว่าที่เก่าเล็กน้อย นักแสดงมีเวลาปรับตัวให้คุ้นชินกับเวทีใหม่ แต่พวกเขายังไม่ทันได้ซ้อมฉากสุดท้ายที่แฮมเล็ตต้องถูกแทงจนเจ็บสาหัส

การแสดงครั้งที่ผ่าน ๆ มาที่ประสบความสำเร็จทำให้นักแสดงเดินเหินไปมาบนเวทีด้วยความมั่นใจ ทุกอย่างเป็นไปได้ดีจนกระทั่งถึงฉากสุดท้ายที่มีการดวลดาบกัน

คอเนอร์และนักแสดงอีกคนหนึ่งยืนใกล้กันกว่าปกติ ใกล้เกินไป ปรากฏว่าเขาโดนดาบแทงเข้าบริเวณใต้ตา

ขณะเขาล้มลง “มันเหมือนกับมีใครกดเล่นวิดีโอเหตุการณ์ในชีวิตผมแบบสโลว์โมชั่น”

ความคิดแรกในหัวเขาคือ “โอ้ มีอะไรบางอย่างผิดปกติแล้ว” ส่วนความคิดที่สองคือ “เราทุกคนต้องตายอย่างโดดเดี่ยวจริง ๆ”

ดาบไม่ได้ทะลุเข้ากะโหลกคอเนอร์ แต่ทำให้กระดูกรอบตาแตก เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้

“ผมลุกไม่ได้ พูดไม่ได้ ขยับเขยื้อนไม่ได้ ผมแค่พูดอย่างเดียวว่า รถพยาบาล!”

เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที แต่แพทย์ใช้เวลาสักพักกว่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สามวันให้หลัง หมอวินิจฉัยว่าเขาได้รับความกระทบกระเทือนที่สมอง

ตอนแรกเขาคิดว่าจะสามารถกลับมาแสดงได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่แล้วอาการแย่ลง ไม่สามารถกินอาหารด้วยตัวเองได้ พ่อเขาต้องมาช่วยดูแล

“ผมอายุ 24 ร่างกายแข็งแรง เคยทำอะไรได้ด้วยตัวเอง แต่จู่ ๆ ก็กลายมาอยู่ในสภาพนี้ พ่อต้องอาบน้ำให้ มันรู้สึกไม่ดีเลยสำหรับคนที่โตเป็นหนุ่มแล้ว รู้สึกอ่อนแอมาก ๆ”

เขาใช้เวลา 7 เดือนในการหัดเดินและพูดใหม่

แต่ความพยายามของคอเนอร์ก็เป็นผลในที่สุด แม้ว่าความกระทบกระเทือบที่เกิดกับสมองมีผลต่อการพูดและการเคลื่อนไหวของเขาอย่างถาวร แต่เขาก็กลับไปทำงานได้อีกภายในหนึ่งปี

เมื่อกลับมาเดินถนนอีกครั้งในกรุงดับลิน เขามีปัญหาในการทรงตัว และระบบการทำงานร่วมกันของอวัยวะต่าง ๆ กับมองเห็นภาพซ้อนอย่างที่แก้ไขไม่ได้ การใช้การขนส่งสาธารณะแต่ละครั้งเป็นไปด้วยความยากลำบาก

เขาและภรรยาตัดสินใจย้ายกลับไปเมืองบ้านเกิดที่ นิวมาร์เก็ต ออน เฟอร์กัส ที่มณฑลแคลร์ และเดินทางเข้าไปดับลินเวลาทำงาน

แต่การแสดงก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ซึ่งเขาก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไม

“ผมใช้เวลาสามสี่ปีแค่หวังว่าทุกอย่างจะกลับไปเป็นปกติ แต่ก็ไม่เป็นอย่างนั้น”

คอเนอร์มาเข้าใจทีหลังว่านี่เป็นภาวะครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง เขาบอกว่า ตอนที่เกิดอุบัติเหตุ เขาสูญเสียตัวตนไป และการกลับไปทำงานอย่างรวดเร็วทำให้เขายังไม่ได้ผ่านกระบวนการการคิดทบทวนเรื่องนี้

“ผมไม่ได้มีเวลาโศกเศร้า คุณโศกเศร้ากับตัวตนที่เสียไป ผมไม่ได้ตระหนักว่าจริง ๆ แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นมันหนักหนาแค่ไหน ต้องใช้เวลาถึงสามหรือสี่ปีกว่าจะเข้าใจจริง ๆ”

เก้าปีผ่านไป เขายังต้องทำใจรับกับการบาดเจ็บในครั้งนั้นอยู่

“มีบางสิ่งที่คุณทำเพื่อรับกับมัน หรือทำให้ตัวเองอยู่กับมันให้ได้ แต่มันไม่มีเรื่องบวกเลย ผมยังเศร้าอยู่ ยังคิดถึงผมที่เคยเป็นคนเดิม”

แต่ความรักในการแสดงที่ทำให้เขายังสู้ต่อไป

“ผมชอบเล่าเรื่อง ชอบอยู่ร่วมกับคนดู และแชร์ประสบการณ์กึ่งจิตวิญญาณอันแปลกประหลาดนี้กับคนอื่นในห้องมืด ๆ ที่ใจกลางกรุงดับลิน”

“มันเป็นสิ่งที่ผมฝึกฝนเพื่อทำมัน เป็นสิ่งที่อยากทำ ผมก็เลยทำมัน”

คณะละครที่เขาทำงานด้วยช่วยเหลือเขาโดยการให้เขาพักจากการซ้อมเป็นประจำ และพิมพ์บทละครเป็นตัวหนังสือใหญ่ ๆ ให้

หลังจากอุบัติเหตุ คอเนอร์ได้เล่นเป็นแฮมเล็ตอีกครั้ง ในบทละครดัดแปลงชื่อ The Rehearsal, Playing the Dane ซึ่งมีการเดินทางไปแสดงระดับนานาชาติ บอกเล่าเรื่องราวของนักแสดงสามคนที่มาคัดตัวเพื่อจะเล่นเป็นแฮมเล็ต และการตัดสินเลือกนักแสดงเกิดขึ้นระหว่างพักครึ่ง

คอเนอร์เล่าให้คนดูฟังเกี่ยวกับอุบัติเหตุ แต่ไม่มีใครเชื่อ

“ไม่มีใครเชื่อว่านี่เรื่องจริง คิดว่านี่เป็นแค่นักแสดงคนหนึ่งที่บอกว่าทำไมถึงไม่สามารถทำสิ่งที่อยากทำได้ ไม่ใช่นักแสดงคนหนึ่งที่ถูกแทงเข้าจริง ๆ ขณะเล่นเป็นแฮมเล็ต”

อย่างไรก็ตาม คอเนอร์บอกว่าความพิการแบบที่ไม่มีใครมองเห็นก็มีข้อดีเหมือนกัน

“มันทำให้ผมคิดเรื่องคนอื่นอย่างลึกซึ้งและระมัดระวังมากกว่าเก่า คนไม่เห็นบาดแผลของผม นั่นหมายความว่าผมก็อาจจะไม่เห็นบาดแผลพวกเขาเหมือนกัน ผมไม่รู้ว่าคนเหล่านี้กำลังเผชิญกับอะไรอยู่”

 

ที่มา: www.bbc.com/thai

ติดตาม : เว็บข่าวออนไลน์ ได้ที่เว็บไซต์ www.silopulse.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *